ผัดไท-w-

posted on 02 Sep 2011 13:07 by zugar-mine

ผัดไท

{ของไทยๆ ที่ใครๆ ก็รู้จัก^^"}
 
 
ประวัติ

ผัดไทมีมาแต่โบราณในชื่อ "ก๋วยเตี๋ยวผัด" ผัดไทนั้นกลายเป็นที่รู้จักของคนต่างชาติ

ตั้งแต่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม โดยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านได้รณรงค์ให้

ประชาชนหันมานิยมรับประทานก๋วยเตี๋ยว เพื่อลดการบริโภคข้าวภายในประเทศ เนื่องจาก

ในช่วงนั้นสภาวะเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ ข้าวแพง และได้เปลี่ยนชื่อก๋วยเตี๋ยวผัดเป็น

 "ก๋วยเตี๋ยวผัดไท" ตามชื่อใหม่ของประเทศ ปัจจุบันเรียกกันโดยย่อเหลือเพียงแค่ "ผัดไทย"

 ในต่างประเทศ อาทิในประเทศยุโรป และ อเมริกา ผู้คนนิยมกินกันมาก และเป็นอาหารที่

เป็นเอกลักษณ์ แสดงถึงความเป็นอาหารไทยได้เป็นอย่างดี เพราะชื่ออาหารที่เรียกง่ายและ

บ่งบอกถึงความเป็นไทยอย่างชัดเจนนั้น ทำให้ผัดไทยได้กลายเป็นอาหารสากลที่ชาวต่างชาติ

รู้จักกันดีและนิยมรับประทาน ทุกครั้งที่ชาวต่างชาติเข้าไปร้านอาหารไทย ต้องมีการสั่ง

"ผัดไทย" อย่างแน่นอน จึงทำให้ร้านอาหารไทยในต่างแดนขาย ผัดไทยต่อวันไม่ต่ำกว่า

1,000 จานเลยทีเดียว

 
ส่วนผสม

 
โดยมากจะนำเส้นเล็กมาผัดด้วยไฟแรงกับ ไข่ กุ้ยช่าย ถั่วงอก หัวไชโป๊วสับ เต้าหู้เหลือง

 ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง ปรุงรสด้วยพริก น้ำปลา และน้ำตาล และเสิร์ฟพร้อมกับมะนาว กุ้ยช่าย

ถั่วงอกสด และหัวปลี เป็นเครื่องเคียง ร้านผัดไทบางแห่งจะใส่เนื้อหมูลงไปด้วย บางที่

อาจจะใช้เส้นจันท์ซึ่งเหนียวกว่าเส้นเล็ก เรียกว่า "ผัดไทเส้นจันท์" หรือใช้ วุ้นเส้น

เรียกว่า "วุ้นเส้นผัดไท" รวมทั้งผัดหมี่โคราชที่มีลักษณะคล้ายผัดไทย กินกับส้มตำ

นอกจากนี้ยังมีผัดไทยประยุกต์ โดยนำส่วนผสมทุกอย่างผัดให้เข้ากัน แล้วนำไข่เจียวมา

ห่อผัดไททีหลัง เรียกว่า "ผัดไทห่อไข่" หรือบางที่อาจจะใส่กุ้งสดแทนกุ้งแห้ง เรียกว่า

 "ผัดไทกุ้งสด" ร้านขายผัดไทมักจะขายหอยทอดหรือขนมผักกาดควบคู่กันไปด้วย

เนื่องจากเครื่องปรุงที่ใช้มีหลายอย่างใช้ร่วมกัน

ผัดไทยในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันบ้าง ดังนี้

  • อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ปรุงรสด้วยน้ำตาลโตนด
  • เยาวราช ใส่กุ้งต้มที่ออกรสเค็ม ขายในกระทงใบตอง
  • วัดท้องคุ้ง จังหวัดอ่างทอง รสหวานนำ กินคู่กับมะม่วงหรือมะเฟืองเปรี้ยว
  • อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ใส่ถั่วเหลืองต้มและหมูสามชั้น
  • อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ใส่ถั่วฝักยาวและหมูแดง
  • จังหวัดชุมพร ใส่น้ำพริกแกงส้ม ผัดกับกะทิ ใส่ปูม้า
  • ผัดไทยทางภาคตะวันออก เช่น ระยอง จันทบุรี ใส่น้ำโล้ซึ่งเป็นน้ำพริกที่ปรุงจากพริกแห้ง หอม กระเทียม เคี่ยวกับน้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะขามเปียก
  • 

วิธีทำน้ำซอสปรุงรส
นำเครื่องปรุงทั้งหมดมาผสมรวมกันในถ้วยผสม คนให้น้ำตาลละลาย ชิมรสตามชอบ เตรียมไว้ใส่ตอนผัดเส้นก๋วยเตี๋ยว

 

 

วิธีทำ
1. ปลอกเปลือกกระเทียมและหัวหอมแดง ตัดก้านกุ่ยช่าย นำผักทั้งหมดพร้อมทั้งถั่วงอกไปล้างน้ำให้สะอาด นำกระเทียมและหัวหอมแดงมาสับให้ละเอียด ส่วนกุ่ยช่ายนำมาหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 1 นิ้ว ส่วนถั่วงอกก็สะเด็ดน้ำ พักไว้


2. นำหัวไชโป๊เค็มมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ นำถั่วลิสงคั่วมาตำให้ละเอียด ส่วนเต้าหู้แข็งก็นำมาหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ


3. นำกุ้งมาแกะเปลือก ผ่าหลังดึงเส้นดำออก เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันสำหรับทอดลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ พอน้ำมันเริ่มร้อนให้นำกุ้งที่แกะไว้ลงไปรวนพอสุก จากนั้นจึงตักขึ้นใส่ชาม เตรียมไว้


4. ตั้งกระทะอีกครั้ง ใส่น้ำมันสำหรับทอดที่เหลือลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อน ให้นำเต้าหู้ที่หั่นไว้ลงไปทอดจนเหลือง ตักขึ้น พักไว้ จากนั้น นำกุ้งแห้งลงไปทอดต่อ ทอดจนกุ้งแห้งกรอบก็ตักขึ้น พักไว้ เช่นกัน


5. เมื่อเตรียมเครื่องสำหรับผัดเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มผัดได้ (ควรแบ่งผัดทีละครึ่งนะคะ เครื่องต่างๆ จะได้เข้ากันง่าย) เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันสำหรับผัดลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนให้นำกระเทียมและหัวหอมแดงสับลงไปเจียวให้หอม จากนั้นให้นำเต้าหู้ทอด หัวไชโป๊สับ และกุ้งแห้งทอดลงไปผัดให้เข้ากัน


6. ใส่ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กและน้ำซอสปรุงรสลงไปผัดให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน จากนั้น ทำหลุมตรงกลางกระทะ ตอกไข่ลงไป ตีไข่ให้กระจาย


7. รอจนไข่เริ่มสุกก็นำเส้นมากลบ จากนั้น ใส่กุ้งที่รวนไว้ ถั่วงอกสดและกุ่ยช่ายที่หั่นไว้ลงไป ผัดเครื่องทั้งหมดให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ


8. ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยถั่วลิสงบด จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

 

ขอบคุณที่มา

http://th.wikipedia.org/wiki/ผัดไทย

http://www.ucancookthai.com/language-thai/th-recipes/th-noodle/content-th-padthai.htm

edit @ 5 Sep 2011 14:01:56 by Numtan

edit @ 5 Sep 2011 14:05:42 by Numtan

>คำถามทบทวน<

posted on 16 Aug 2011 19:01 by zugar-mine

คำถามทบทวน 

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

      - มัลติมีเดีย(Multimedia) คือ การนำเสนอข้อมูลหลายๆรูปแบบพร้อมๆกัน เพื่อส่งเสริม
 การรับรู้และ ความเข้าใจของผู้รับข้อมูล ข้อมูลแบบมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์
ซึ่งในปัจจุบันมีการนำเสนองานในรูปแบบมัลติมีเดียอย่างหลากหลายมากขึ้น
 
 

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

      - การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์ เนื่องจากสามารถนำเสนอ
ข้อมูลได้ครอบคลุมทั่วโลก และสามารถนำเสนอข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น ตัวหนังสือ
เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เป็นต้น
 

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

 

     - รูปแบบการพิมพ์ เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์

     - การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย

     - การสร้างจุดเชื่อมโยง และอัปโหลดข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ตในรูปแบบของเว็บไซต์

  
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร 
 
     - แตกต่างกัน โดยการเชื่อมโยงภายใน คือการสร้างจุดเชื่อมโยงไปยังจุดอื่นๆ
หรือไปยังภาพนิ่งอื่นๆ ในไฟล์เดียวกัน ส่วนการเชื่อมโยงภายนอก คือการเชื่อมโยง
ไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกไฟล์งานที่นำเสนอ
 

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

     - โปรเจคเตอร์  โทรทัศน์ จอมอนิเตอร์

 
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด 
 
     - การนำเสนอข้อมูลรูปแบบเอกสารสิ่งพิมพ์ เพราะ สร้างได้ง่าย ลงทุนต่ำ ใช้เวลาน้อย
ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอื่นๆ ช่วยในการนำเสนอ เข้าถึงคนได้หลายกลุ่ม
 
 

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบในMicrosoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

    

     - คลิกขวาบนพื้นที่ว่าง แล้ว

  
เลือกไปที่ออกแบบภาพนิ่ง   จากนั้นเลือกใช้แม่แบบที่แถบเครื่องมือ
  
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
 
     - สามารถตั้งค่าได้โดยคลิกเลือกกล่อง ข้อความหรือวัตถุนั้นๆ แล้วคลิกขวาเลือกการ

เคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง แถบเครื่องมือจะเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง

 ให้เลือกคลิกที่เพิ่มลักษณะพิเศษ ตั้งค่าความเคลื่อนไหวที่ต้องการ ทดลองแสดงการเคลื่อนไหว

ด้วยการคลิกไอคอนเล่น

 
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม
 

     - Microsoft Word

     - Microsoft Excel

     - Notepad

  
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูล
ได้หรือไม่ อย่างไร

     - ได้   โดยที่ไม่จำเป็นต้องนำเสนอข้อมูลเป็นตัวอักษร อาจจะเป็นแทรกภาพ  แทรกภาพยนตร์

หรือเสียงแทน ซึ่งไม่ต้องมีกล่องข้อความก็สามารถทำได้

 

 

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วยMicrosoft PowerPoint
หรือไม่อย่างไร
 

   - ไม่จำเป็น เพราะ สามารถนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint ในรูปแบบอื่นๆได้ เช่น

การนำเสนอในรูปแบบมัลติมีเดีย การสร้างจุดเชื่อมโยง และอัปโหลดข้อมูลไว้บนอินเตอร์เน็ต

ในรูปแบบของเว็บไซต์
 

12.Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่

ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
 

     ได้   - การแทรกรูปภาพนั้น  คลิกที่แทรกในแถบเมนู   เลือกรูปภาพจากแฟ้ม จะปรากฏ

หน้าต่างแทรกรูปภาพ  คลิกรูปที่ต้องการแล้วคลิกแทรก   

            - การแทรกภาพยนตร์หรือเสียงนั้นก็ใช้วิธีเดียวกันกับการแทรกรูปภาพแต่เลือก

 ภาพยนตร์และเสียง   แล้วเลือกภาพยนตร์หรือเสียงจากแฟ้มที่ต้องการ

 

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือ

หรือตัวอักษรอย่างไร

     - เป็นการนำเสนอที่สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าการนำเสนอแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร

เนื่องจากเป็นการสรุปรายละเอียดของข้อมูลที่มีจำนวนมาก ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

 

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกัน

จะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
 

     - ซอฟต์แวร์ที่ใช้ เช่น Micosoft Powerpoint และอาจมีโปรแกรมอื่นที่ใช้ช่วยใน

การนำเสนออื่นๆ เช่น Macromedia, Dreamweaver  เป็นต้น

     - ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ เช่น  คอมพิวเตอร์, เครื่องพิมพ์, ลำโพง จอฉาย เป็นต้น

 

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษร

รูปภาพหรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

     - มัลติมีเดีย, เว็บไซต์, คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์, โทรทัศน์

 

 

edit @ 16 Aug 2011 20:22:53 by Numtan

edit @ 16 Aug 2011 20:39:49 by Numtan

ภาษาPascal^^'

posted on 08 Jul 2011 13:01 by zugar-mine
ภาษาปาสคาลCool
ภาษาปาสคาลเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดย Niklaus Wirth
และได้ตั้งชื่อว่าปาสคาล (Pascal) เพื่อให้เกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
ชื่อ Blaise Pascal
ภาษาปาสคาล พัฒนามาจากภาษา Algol โดยพัฒนาให้
เป็นภาษาสำหรับฝึกหัดเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาษาปาสคาลจะมีลักษณะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์
แบบประมวลความหรือคอมไพเลอร์ (Compiler) เมื่อเทียบกับภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงอื่น ๆ
จะพบว่าภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่มีการวางระบบและจัดรูปแบบที่มีโครงสร้างแน่นอนตายตัว จึงทำให้
ภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่เหมาะสำหรับการเขียนโปรแกรมโครงสร้าง (Structured Program)
 มากกว่าภาษาอื่น ๆ ที่ใช้กันอยู่จึงทำให้ได้รับความนิยมและนำมาประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย

1.1 โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล
โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM
ตามด้วยชื่อของโปรแกรม และจบบรรทัดด้วย ;
รูปแบบ

PROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);

ตัวอย่าง
PROGRAM EXAM1;
PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);

ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือว่า INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ

2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้
2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร
รูปแบบ

VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;

ตัวอย่าง

VAR I,J,K : INTEGER;
NAME : STRING;
SALARY : REAL;

2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่

รูปแบบ

TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;

ตัวอย่าง

TYPE SCORE = INTEGER;
WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI);
VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE;
DAY : WEEK;

จากตัวอย่างต้องประกาศชื่อแบบของตัวแปรก่อนแล้วจึงประกาศชื่อตัวแปรที่เป็นแบบ
2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่

รูปแบบที่ 1

CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;

รูปแบบที่ 2

CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;

ตัวอย่าง

CONST HEAD = ‘EXAMINATION’;
CONST A = 15;
CONST SALARY : REAL = 8000.00;

2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม

รูปแบบ

LABEL รายชื่อของ LABEL;

ตัวอย่าง

LABEL 256,XXX;

เช่น GOTO 256; GOTO XXX;

3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”

ตัวอย่าง

BEGIN
Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ;
END.

1.2 ชื่อ (Identifier)
ชื่อ คือคำที่ตั้งขึ้นเพื่อกำหนดใช้เป็นชื่อของโปรแกรม โปรแกรมย่อย ตัวแปร แบบของตัวแปร และค่าคงที่

การตั้งชื่อ
1. ตัวอักขระ (character) ที่นำมาใช้ คือ ตัวอักษร ตัวเลข และ (_) Underline
2. จะนำเครื่องหมายใด ๆ มาใช้เป็นชื่อไม่ได้
3. ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร หรือขีดล่าง
4. ความยาวของชื่อไม่เกิน 30 ตัว แต่จะมีความหมายเพียง 8 ตัวแรกเท่านั้น

1.3 คำ (Word)
คำในภาษาปาสคาล แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1. พวกที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ได้แก่ แบบของข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่
2. พวกที่เกี่ยวกับคำสั่ง ได้แก่ คำสงวน (Reserved word) คำมาตรฐาน (Standard word) คำใหม่ (User defined word)

1.4 ข้อมูล (Data)
ภาษาปาสคาล แบ่งประเภทของข้อมูลเป็น 4 แบบ คือ แบบมาตรฐาน แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนด แบบโครงสร้าง และแบบพอยน์เตอร์
แบบมาตรฐาน เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในโปรแกรมทั่ว ๆ ไป เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นลำดับที่มีค่ามากน้อยตามลำดับ แบ่งเป็น 5 ประเภท
1. Integer เป็นข้อมูลเลขจำนวนเต็ม
2. Real เป็นข้อมูลเลขจำนวนจริงมีทศนิยม
3. Character เป็นข้อมูลตัวอักษร
4. String เป็นข้อมูลของชุดตัวอักษร เช่น String [30] เป็นการะบุค่าของสตริงว่ามีขนาด 30 ตัวอักษร
5. Boolean เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นไปได้ 2 ค่า คือ เป็นจริง (true), เป็นเท็จ (false) ตัวดำเนินการ (operators) ที่ใช้ในภาษาปาสคาล ได้แก่
NOT ให้กลับค่าทางคณิตศาสตร์ของ Boolean เช่น Not true เป็น false
* ให้คูณเลขทางซ้ายกับเลขทางขวา
/ ให้หารโดยเลขทางซ้ายเป็นตัวตั้ง เลขทางขวาเป็นตัวหาร
DIV ให้หารแบบตัดเศษทิ้ง ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
MOD ให้หาเศษของการหาร ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
AND ให้ความเป็นจริง เมื่อทั้ง 2 กรณีเป็นจริงทั้งคู่
OR ให้ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริง เช่น (X MOD Y = 0) 0R (x-y = 0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็นศูนย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 2 อย่าง
XOR ให้ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริงเท่านั้น เช่น (X MOD Y Y= 0) XOR(X-Y=0) ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็น 0 อย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน

     แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้น ภาษาปาสคาลอนุญาตให้ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดรูปแบบของข้อมูลขึ้นมาใช้งานเฉพาะภายในโปรแกรมได้เอง โดยการประกาศไว้ในคำสั่ง VAR หรือ TYPE แบ่งเป็น 2 แบบ
1. กำหนดแบบใหม่ เป็นการกำหนดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อใช้เฉพาะโปรแกรมนั้น ๆ

ตัวอย่าง

TYPE color = (yellow,blue,red);
VAR dd = color;

ดังนั้น dd เป็นตัวแปรที่มีค่า 3 ค่า คือ yellow, blue, red

2. กำหนดช่วงของค่าข้อมูล เป็นการกำหนดช่วงของค่าของข้อมูลเฉพาะตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งที่ใช้ภายในโปรแกรม

ตัวอย่าง
TYPE NUM = 0..50;
VAR X : NUM;

ดังนั้น X จะเป็นตัวแปรที่มีค่าในช่วง 0 ถึง 50
     แบบโครงสร้าง เป็นการนำเอาข้อมูลแบบมาตรฐานหรือข้อมูลที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้นมาจัดให้มีระบบ มีโครงสร้างเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ การจัดข้อมูลโครงสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ข้อมูล Array, set, record และ file
     แบบพอยน์เตอร์ เป็นข้อมูลที่เป็นดัชนีสำหรับระบุข้อมูลอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลแบบนี้จะซับซ้อน ค่าของข้อมูลแบบพอยน์เตอร์จะไม่เป็นตัวเลข, ตัวอักษร แต่จะมีค่าเป็น address ในหน่วยความจำ RAM ที่ข้อมูลถูกเก็บอยู่

WinkCry