"เทิดพระเกียรติ 84 พรรษา"

posted on 27 Jun 2011 14:18 by zugar-mine
เทิดพระเกีรติ 84 พรรษา
พระราชประวัติ
              
                              
                                               
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (5 ธันวาคมพ.ศ. 2470) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันแห่งประเทศไทย และพระมหากษัตริย์ลำดับที่เก้าแห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ขณะนี้ จึงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเสวยราชย์ยาวนานที่สุดในโลกที่มีพระชนมชีพอยู่ และยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย
 
                                              

พระองค์ทรงเป็นที่สรรเสริญในประเทศไทยเกี่ยวกับพระราชดำริในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระองค์กับทั้งพระองค์ทรงเป็นเจ้าของสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ งานพระราชนิพนธ์ และงานดนตรีจำนวนหนึ่งนอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทเอกชนหลายแห่งในปี 2553 นิตยสารฟอบส์ประเมินว่า พระองค์มีพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมถึงที่อยู่ในการบริหารจัดการของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นมูลค่ามากกว่าเก้าแสนหกหมื่นล้านบาท และด้วยเหตุนี้ จึงทรงได้รับการจัดอันดับให้เป็นพระมหากษัตริย์ผู้มีพระราชทรัพย์มากที่สุดในโลก

นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 พระองค์แปรพระราชฐานจากที่ประทับพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ไปประทับอยู่ ณ โรงพยาบาลศิริราช ตราบปัจจุบัน อันเนื่องมาจากพระโรคไข้หวัดและพระปัปผาสะอักเสบ ในเดือนตุลาคม ปีเดียวกันนั้น ข่าวลือว่าพระอาการประชวรทรุดหนักลง ได้ยังให้ตลาดหุ้นไทยร่วงลงอย่างสาหัส          

                                 

พระนาม "ภูมิพลอดุลเดช" นั้น พระบรมราชชนนีได้รับพระราชทานทางโทรเลขจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2470 โดยทรงกำกับตัวสะกดเป็นอักษรโรมันว่า "Bhumibala Aduladeja" ซึ่งในระยะแรกสะกดเป็นภาษาไทยว่า "ภูมิพลอดุลเดช" ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเองทรงเขียนว่า "ภูมิพลอดุลเดช" โดยทรงเขียนทั้งสองแบบสลับกันไป จนมาทรงนิยมใช้แบบหลังซึ่งมีตัว "ย" สะกดตราบปัจจุบัน       

ทั้งนี้ เดิมที ด้วยเหตุที่ได้รับตัวโรมันว่า "Bhumibala" สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงทรงเข้าพระทัยว่า ได้รับพระราชทานนามพระโอรสว่า "ภูมิบาล" ต่อมาจึงเปลี่ยนการสะกดเป็น "Bhumibol"

พระราชกรณียกิจ

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นประมุขแห่งประเทศไทย เป็นต้นมา พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยตลอดพระชนมายุของพระองค์ โดยพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์ คือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ของประเทศ ดังในปฐมพระบรมราชโองการในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม

ในปี พ.ศ. 2539 จากการที่พระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนอย่างหนัก จึงได้มีการลงนามโดยประชาชนชาวไทยเพื่อถวายสมัญญานามให้ทรงเป็น "มหาราช"

พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรและการยกระดับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
Cquote1.svg

การเกษตรนั้นถือได้ว่าเป็นทั้งรากฐานและชีวิตสำหรับประเทศของเรา เพราะคนไทยเราส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพทางเกษตรกรรม. ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นเสมอมาว่า วิธีการพัฒนาที่เหมาะสมแก่ประเทศเราอย่างยิ่ง ก็คือจะต้องทำนุบำรุงเกษตรกรรมทุกสาขาให้พัฒนาก้าวหน้า เพื่อยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุกระดับให้สูงขึ้น

Cquote2.svg

ด้านการเกษตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสนใจด้านนี้ พระองค์ได้เสด็จเยี่ยม ไต่ถามความทุกข์สุขของประชาชน และรับฟังข้อปัญหาเกิดเป็นโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการชลประทาน การพัฒนาดิน การวิจัยพันธุ์พืชและปศุสัตว์ เป็นต้น ดังหัวข้อต่อไปนี้

ทรัพยากรน้ำ

ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร พระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยพระราชทานแก่ คณะผู้อำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ว่า

Cquote1.svg

หลักสำคัญว่าต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่าชีวิตนั้นอยู่ที่น้ำ ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้

Cquote2.svg

โครงการตามพระราชดำริของพระองค์ มีทั้งการแก้ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาอุทกภัย รวมไปถึงการบำบัดน้ำเสีย โครงการพัฒนาแหล่งน้ำมีทั้งโครงการขนาดใหญ่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมได้ เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จังหวัดลพบุรี จนถึงโครงการขนาดกลางและเล็กจำพวก ฝาย อ่างเก็บน้ำ โดยพระองค์ทรงคำนึงถึงลักษณะของภูมิประเทศ สภาพแหล่งน้ำ ความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ ประชาชนที่ได้รับประโยชน์และผลกระทบจากโครงการ มาเป็นหลักในการพิจารณา พระองค์ได้ทรงวิจัยและริเริ่มโครงการฝนหลวง เพื่อช่วยบรรเทาภัยแล้งสำหรับพื้นที่นอกเขตชลประทาน

ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลที่ประสบปัญหาน้ำท่วม และน้ำเน่าเสียในคูคลอง ทรงมีพระราชดำริเรื่องแก้มลิง ควบคุมการระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน ลำคลองต่าง ๆ ลงสู่อ่าวไทยตามจังหวะการขึ้นลงของระดับน้ำทะเล ทั้งยังเป็นการใช้น้ำดีไล่น้ำเสียออกจากคลองได้อีกด้วย เครื่องกลเติมอากาศ กังหันชัยพัฒนา ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยการเพิ่มออกซิเจน เป็นสิ่งประดิษฐ์หนึ่งของพระองค์ที่ได้รับสิทธิบัตรจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

 

 

edit @ 4 Jul 2011 14:04:55 by Numtan

แม่จ๋าาา!!!!

posted on 20 Jun 2011 13:49 by zugar-mine
วันนี้เราก็มีเรื่องเกี่ยวกับ "แม่"
มาฝากให้ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกทุกๆๆๆคนได้อ่านกันน่ะค่ะ^^

นิยามคำว่า “แม่”

สตรีใด ไหนเล่า เท่าเธอนี้
เป็นผู้ที่ ลูกทุกคน บ่นรู้จัก
เป็นผู้ที่ มีพระคุณ การุณนัก
เป็นผู้ที่ สร้างความรัก สอนความดี
เป็นผู้ที่ คอยสั่งสอน เอาใจใส่
คอยห่วงใย เราทุกคน จนวันนี้
เปรียบแสงทอง สว่างล้ำ นำชีวี
เธอคนนี้ คือ ”แม่” ของเราเอง
ถ้าจะให้นึกถึงผู้ที่มีพระคุณมากที่สุด ก็เป็นที่แน่นอนว่าทุกคนก็จะนึกถึง..แม่
ก่อนเข้าประเด็นก็มีกลอนเพราะๆมาฝากกันน่ะ

……...วันเกิดเราเป็นดั่งวันสิ้นลมแม่......... 
....เจ็บปวดแท้ดั่งน้ำตาพาจะไหล....
....สองมือออบโอบอุ้มแกว่งเปล....
....น้ำนมเลี้ยงอุ้มชูให้เติบใหญ่มา....
…แม่เปรียบดั่งยารักษายามป่วยไข้...
....แม่เปรียบดั่งต้นไม้ใหญ่ร่มใบหนา....
....แม่เปรียบดั่งดวงตะวันส่องแสงมา....
…แม่เปรียบดั่งผ้าห่มหนาอบอุ่นกาย...
…เปรียบดั่งพระในบ้านชี้แนะลูก...
....สถิตย์ถูกอยู่กลางใจไม่ไปไหน....
....กตัญญูตอนนี้ยังไม่สายไป....
....ก่อนแม่ไซร้หลับตาไปไม่ลืมเอย....

(ขอบคุณที่มา: geocities.com)

ฝากรูปก็มาเข้าประเด็นกันเลย เมื่อนึกถึงวันแม่ นอกจากจะนึก"แม่"ของเราแล้ว

ก็จะนึกถึง"แม่หลวง"ของปวงชนชาวไทยด้วย..

"สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ"

ฝากรูป

 พระราชประวัติ

 ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ที่บ้านพลเอก
เจ้าพระยาวงศานุประพันธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว
ณ บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระราหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร
ขณะนั้น เป็นระยะที่ประเทศเพิ่งเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย ก่อนหน้านั้นพระบิดาของพระองค์ ทรงดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก มียศเป็นพันเอกหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร 
วันที่ ๒๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ มีพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม
สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นประธานพระราชทานน้ำพระพุทธมนต์และ เทพมนต์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ทรงจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย และ ในวันนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ ทรงสถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นสมเด็จพระราชินี

วันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงรับเฉลิมพระบรมนามาภิไธยว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” และ ทรงสถาปนาเฉลิมพระยศสมเด็จพระราชินีเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี”

วันที่ ๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์
 เพราะแพทย์ผู้รักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกราบบังคมทูลแนะนำให้ ทรงพักรักษา
พระองค์อีกระยะหนึ่ง พุทธศักราช ๒๔๙๔ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
มีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ณ เมืองโลซานน์
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเจริญพระชันษาได้ ๗ เดือน ทั้งสามพระองค์จึงเสด็จนิวัตประเทศประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต หลังจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ฯ ซึ่งต่อมา ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งต่อมา ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ได้ประสูติต่อมาตามลำดับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน รวมพระราชโอรสและ พระราชธิดา ๔ พระองค์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่
เป็นลำดับมา ทั้งในฐานะที่ ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีของไทยและ ในฐานะคู่พระราช
หฤทัยแห่งพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว กล่าวคือ ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภาระทั้งหลายไป ได้มาก อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ทรัพยากรธรรมชาติ และ การพัฒนาประเทศอยู่เนือง ๆเห็นได้ชัดจากพระราชกรณียกิจที่เผยแพร่สู่สายตาประชาชนอยู่ทุกวันนี้
        
พระราชกรณียกิจ : ทรงส่งเสริมการอาชีวศึกษา

ตลอดระยะเวลาที่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถโดยเสด็จพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทุก ภาคของประเทศทรงพบว่าราษฎรส่วนหนึ่งที่มา
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทนั้นยากจน ไม่มีที่ทำกิน ไม่มีอาชีพ ด้อยโอกาสทางการศึกษา
มีความรู้เรื่องสุขอนามัยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริม
อาชีพของราษฎรเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และมีรายได้พอเลี้ยงครอบครัวให้มีความสุขทุกครั้งที่เสด็จพระราชทานดำเนินไปเยี่ยมราษฎรจะทรงสังเกตุชีวิตความเป็นอยู่
สุขภาพอนามัย การแต่งกาย และสิ่งของที่ราษฎรนำมาทูลเกล้ากระหม่อมถวาย ว่าจะมีสิ่งใดหรือวิธีใดที่จะทรงหยิบยกขึ้นมาส่งเสริมให้เป็นอาชีพเสริมแก่ ราษฎรได้ เช่น ราษฎรแต่งกายด้วยผ้าไหมมัดหมี่ที่ทอใช้กันเองในครัวเรือน ก็ทรงตระหนักด้วยพระปรีชาญาณว่า หัตถกรรมเหล่านี้มีคุณค่าทางศิลปะซึ่งสืบทอดภูมิปัญญามาจากบรรพบุรุษ สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสมบัติของชาติ พระราชดำริที่จะพัฒนางานหัตถกรรมพื้นบ้านต่าง ๆ เช่น หัตถกรรมทอผ้า เครื่องปั้นดินเผา เครื่องจักสาน เครื่องเงิน เครื่องทอง เครื่องถม ไม้แกะสลัก เป็นต้น ได้กลายเป็นโครงการศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถสัมฤทธิผลของโครงการศิลปาชีพ ถือเป็นการศึกษาด้านอาชีพ หรือการอาชีวศึกษาที่สำคัญของชาติ เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก เป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นที่ชื่นชมของนานาประเทศ

การศึกษาด้านศิลปาชีพนั้นพัฒนาอย่างรวดเร็ว ด้วยทรงวางแผนการศึกษาอย่างครบวงจร
โปรดให้ชาวบ้านในชุมชนเดียวกันนั้น หรือชุมชนใกล้เคียงเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านหัตถกรรมทั้งหลายให้แก่ลูกหลาน หรือเพื่อนบ้านของตน เช่น การทอผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมและผ้าฝ้ายลวดลายดั้งเดิมชนิดต่าง ๆ การจักสาน เช่น จักสานย่านลิเภา ไม้ไผ่และหวาย เป็นต้น ส่วนงานหัตถกรรมที่ชาวบ้านไม่เคยเรียนรู้มาก่อน เช่นการปั้นตุ๊กตาไทย หรืองานหัตถกรรมที่ต้องใช้ความสามารถและความอดทนสูง เช่น งานเครื่องเงินเครื่องทอง งานคร่ำ งานถมเงินถมทอง ก็โปรดให้แสวงหาครูผู้มีความสามารถ เช่น นานไพฑูรย์ เมืองสมบรูณ์และนายจุลทัศน์ พยาฆรานนท์ มาถ่ายทอดวิชาให้ เมื่อนักเรียนในโครงการมีฝีมือดีและชำนาญแล้ว ก็จะคัดเลือกให้เป็นครูต่อไป ทรงติดตามผลงานจากผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น และพระราชทานคำแนะนำในการพัฒนางานให้สวยงามสมบรูณ์ขึ้น ทรงหาตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทรงรับซื้อด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ทรงเป็นแบบอย่างให้ประชาชนใช้ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่นิยมของคนไทยและชาวต่างประเทศพระอัจฉริยภาพของพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถในการพัฒนางานอาชีพตามโครงการศิลปาชีพ นอกจากจะส่งผลให้สมาชิกในโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างช่างฝีมือที่ชำนาญในศิลปะไทยหลายแขนง เช่น ช่างทอง ช่างเขียน ช่างปั้น ช่างไม้แกะสลัก ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นศิลปะที่ประณีตงดงามเป็นเครื่องเชิดชูเกียรติภูมิของ ไทยอย่างยิ่ง

...........................................................................................................................................
 วันแม่แห่งชาติในประเทศไทย ปัจจุบันตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี

ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

โดยเริ่มใช้วันดังกล่าวเป็นวันแม่แห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2519

ก่อนหน้านั้นเคยใช้วันที่ 10 มีนาคม, 15 เมษายน, และ 4 ตุลาคม

สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่คือ "ดอกมะลิ"

ซึ่งมีสีขาว ส่งกลิ่นหอมได้ไกลและได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี

โดยตีความเปรียบกับความรักบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่เสื่อมคลาย

 
ฝากรูป
 
ประวัติความเป็นมาของงานวันแม่แห่งชาติ

งานวันแม่จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486

 ณ.สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข

แต่ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไป

เมื่อวิกฤติสงครามสงบลง หลายหน่วยงานได้พยายามให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก

แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง

ต่อมาวันแม่ที่รัฐบาลรับรอง คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493

แต่ก็ต้องหยุดลงอีกในหลายปีต่อมา เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบไป

ส่งผลให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งรับหน้าที่จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน

ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย

ได้จัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515

แต่จัดได้เพียงปีเดียวเท่านั้น จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519

คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

 จึงได้กำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ให้เป็นวันที่แน่นอน

โดยถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ

และกำหนดให้ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ คือ ดอกมะลิ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

(ขอบคุณที่มาจาก http://th.wikipedia.org/wiki/วันแม่แห่งชาติ)

ฝากรูป
 
////////////////////////////////////////////////////////
และสำหรับ"แม่"ของฉัน ท่านมีพระคุณกับฉันมากมายจริงๆ
ฉันสนิทกับแม่มากๆๆ บางที่ก็รู้สึกเหมือนแม่เป็นเพื่อน ก็เลยเล่นลามปามไปบ้าง
บ้างทีก็เอาแต่ใจ วันนี้ฉันก็เลยอยากบอกแม่ว่า "~~อยากขอโทษที่เคยเอาแต่ใจ
อยากขอโทษอะไรที่ร้ายๆ อยากให้เธออภัยในสิ่งที่ฉันผิดพลั้ง และพลาดไป
อยากขอโทษในวันที่ผ่านมา อาจเพราะฉันมีตาแต่หามีแววไม่ ทำสิ่งดีๆหล่นหาย~~"
"..ทำคนที่รักฉันเสียใจ.."
ท้ายนี้อยากบอกแม่ว่าขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่แม่ทำให้น่ะค่ะ
หนูรักแม่มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
  ////////////////////////////////////////////////////////

กว่าจะได้เป็นแม่

เมื่อรู้ว่าตัวเธอนั้นตั้งท้อง เฝ้าประคองด้วยใจที่มุ่งหวัง
สิ่งที่ชอบเผ็ดร้อนเธอระวัง เพื่อปกกันลูกน้อยจะกระเทือน
แม้ไม่รู้ว่าจะชายหรือหญิง เธอประวิงเฝ้านับครบวันเคลื่อน
แม้จะเจ็บจะกลัวตัดทั้งปวง เธอปลื้มทรวงเสียงแว้แรกเริ่มดัง
   
เริ่มตั้งไข่ใจพองประคองลูก ความพันผูกแนบแน่นสุดขานไข
เริ่มหัดเดินหัดพูดแม่สุขใจ ก้าวแรกได้ให้ลูกด้วยผูกพัน
แม่เป็นครูคนแรกของชีวิต ชี้ถูกผิดให้ลูกรู้ด้วยความฝัน
เติบโตใหญ่รวยจนไม่สำคัญ ขอลูกฉันเป็นคนดีของสังคม
   
มาวันนี้แม่เริ่มแก่ชราล้า แม่มองหาลูกทุกคนอยู่ที่ไหน
จากอกแม่ลืมแม่ไม่ห่วงใย ถึงเศร้าใจแต่แม่ไม่โกรธเคือง
ถ้าใครยังมีแม่ขอเชิญเถิด กราบเท้าเทิดบาทแม่ประเสริฐเหลือ
กตัญญูรู้คุณบุญคุ้มตัว

แม้สิ่งชั่วต้องแพ้พ่ายกตเวทิตาคุณ

ฝากรูป

When you feel that there is no love.

There is always someone who will always love you.

The one who will always have good wills for you

and always be ready to give you a warm hug.

The one whom you don't have to search or wait for like the destiny.

Do you know who is this person.

"Your Mom"

 
(ขอบคุณที่มา: geocities.com)

 

 

 

 

 

edit @ 4 Jul 2011 14:07:26 by Numtan

About Me><'

posted on 14 Jun 2011 12:15 by zugar-mine
หวัดดีค่ะ ทุกๆๆๆๆๆๆคน
และกราบสวัสดีคุณครูที่เคารพรัก :] 
 
วันนี้ก็จะมาเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเองน่ะค่ะ
เราชื่อ น้ำตาล >< อายุ 16 ปีจ้า
เกิดวันที่14-05-95
เป็นผู้หญิงที่งามจากภายในสู่ภายนอกๆๆๆ><'
 เป็นลูกคนเดียว
(ดีมากๆๆๆ ไม่ต้องทะเลาะกับน้อง ไม่ต้องโดนพี่แกล้ง
 และที่สำคัญไม่มีคัยแย่งสมบัติ โฮะๆๆ )
อยู่โรงเรียนหอวัง นนท์(ที่กำลังจะมีหลังคา-0-)
อยู่วิทย์-คณิต ม.5/7 เลขที่ 34
 
 
 ฝากรูป
 
 
ส่วนนิสัยโดยทั่วไป คนอื่นๆมักจะมองว่าเราเป็นพวกเด็กเรียน เงียบๆ
ไม่สนใจใคร หรือหยิ่งอะไรประมาณนี้ แต่จริงๆแล้วเราไม่ใช่เด็กเรียนอะไรหรอก
ออกจะบ้าๆ รั่วๆ มึนๆ ไม่ค่อยเต็มเท่าไร -3-
แต่ที่เห็นเงียบก็เพราะเป็นคนไม่ค่อยกล้าแสดงออก
ถ้าไม่สนิทกันจริงๆ หรือรู้จักกันมานานก็จะไม่กล้าเข้าไปคุยด้วย
แต่ถ้าได้รู้จักกันจริงๆ ก็คุยยาวอ่ะค่ะ พูดไม่หยุดเหมือนกัน~~
ส่วนเรื่องหยิ่งนี่ก็ต้องพิสูจน์กันเอาเอง ว่าเป็นยังไง
และมีอีกอย่างนึงที่สำคัญ ที่ทุกคนมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
เราพูดไม่รู้เรื่อง พูดเร็ว เสียงเบา
ก็แก้ไม่ได้สักที พูดแล้วตัวเองได้ยินเป็นพอ แต่ยังไงก็จะพยายามต่อไปน่ะ
 
 
มาถึงเรื่องความชอบ ก็มีประมาณนี้แหละค่ะ
ไม่ชอบเล่นกีฬาทุกชนิด ไม่ชอบวิ่ง(ส่วนมากจะกลิ้งเอา--')
ไม่ชอบความรุนแรง แอนตี้มาก เรามาใช้สมองแก้ปัญหากันเถอะ
ชอบกินช็อกโกแลต กับ ไอศกรีมมากๆๆๆเลย
 
 
 ฝากรูป   ฝากรูป
 
 
ชอบตุ๊กตาหมูกระต่ายมากกก น่ารักอ่ะ
แต่ตอนนี้ที่อินเทรนสุดก็ต้องให้แองกรี้ เบิร์ดอ่ะเนอะ
ชอบสีฟ้า ทุกอย่างที่ใช้ต้องเป็นสีฟ้าเท่านั้น!! Only Blue!!
ไม่ว่าจะเป็นเสื่อผ้า ปากกา กระเป๋า แว่นตา และเหล็กดัดฟัน ฯลฯ
ชอบเรียนวิชาชีวะ กับวิชาคอมพิวเตอร์มากก
เพราะว่าคุณครูสวยมากค่ะ ^^"
ชอบ รัก กดไลค์ หลงไหล "จัสติน บีเบอร์(หล่อโฮกก)"
ถ้าเกาหลีก็ชอบSuper Junior[E.L.F]
Big Bangโดยเฉพาะสุดหล่อ T.O.P(หล่อสุดอ่ะ)
 
ฝากรูป    ฝากรูป
 
Shinee [Shinee_world] และ 2pmก็ต้องเป็นนิชคุณ>///<
 
 
ฝากรูป
 
 
เล่ามาเยอะแล้วพักแค่นี้ก่อนละกัน ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนน่ะค่ะ
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้ หล่อ สวย เเละรวยมาก
ขอบคุณค่ะ^^
 

 

edit @ 27 Jun 2011 14:07:16 by Numtan